การเปลี่ยนแปลงทิศทางการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของญี่ปุ่นต่อประเทศไทย: กรณีศึกษา การให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาภาคตะวันออกของประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 1980 และ 2000
收藏DataCite Commons2023-10-04 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1047
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงแนวทางการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาของญี่ปุ่นแก่ไทย โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเปรียบเทียบช่วงทศวรรษ 1980 และทศวรรษ 2000 โดยเน้นที่ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกของทั้งญี่ปุ่นและไทย ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทิศทางการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของญี่ปุ่นต่อไทย ในสองช่วงทศวรรษดังกล่าว ผ่านกรอบแนวคิดทฤษฎีระบบ และกรณีศึกษาการให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ของ สจล. ในทศวรรษที่ 1980 และหลักสูตรโคเซ็น ในทศวรรษที่ 2000 ผลการศึกษาพบว่า ในทศวรรษที่ 1980 รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญแก่การให้ความช่วยเหลือเพื่อสร้างการเจริญเติบโตในระดับประเทศ ในขณะที่ หลังทศวรรษ 2000 ญี่ปุ่นได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการให้ความช่วยเหลือจากการเน้นการให้ความช่วยเหลือในเชิงปริมาณมาเป็นความช่วยเหลือในเชิงคุณภาพ การที่ทิศทางนโยบายการให้ความช่วยเหลือของญี่ปุ่นแก่ไทย ในสองช่วงทศวรรษมีความแตกต่างกันดังกล่าวนี้ เกิดจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกของญี่ปุ่นและไทย กล่าวคือ ปัจจัยภายในของญี่ปุ่นด้านความต้องการกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในประเทศไทย และปัจจัยภายนอกของญี่ปุ่นเรื่องแรงกดดันหลังข้อตกลง Plaza Accord ที่ทำให้ญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมายังไทย เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายของญี่ปุ่น ในช่วงทศวรรษ 1980 ในขณะที่ หลังทศวรรษ 2000 ปัจจัยภายในเรื่องการพัฒนาของฐานอุตสาหกรรมเดิมของญี่ปุ่น อันมีผลต่อการลงทุนในมนุษย์ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของไทย เป็นปัจจัยภายในที่ทำให้ญี่ปุ่นสนับสนุนและส่งเสริมการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แก่ไทย ส่วนปัจจัยภายนอกที่ทำให้ญี่ปุ่นให้ความสำคัญแก่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือ การยอมรับและปฏิบัติตามหลักการเรื่องความมั่นคงของมนุษย์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับปัจจัยภายในของไทยที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายในทศวรรษที่ 1980 คือ ปัจจัยภายในด้านความต้องการกำลังคนในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ในส่วนของปัจจัยภายนอกของไทยที่สำคัญในช่วงทศวรรษที่ 1980 คือ เรื่อง การย้ายฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นจำนวนมากมายังไทย ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายของไทยที่เปลี่ยนแปลงไป หลังทศวรรษ 2000 คือ ปัจจัยภายในด้านความขาดแคลนแรงงาน ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของไทย และปัจจัยภายนอกในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างไทย - ญี่ปุ่น ด้านความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้น ผลการศึกษาจากกรณีศึกษายังพบว่า ในเชิงกระบวนการดำเนินนโยบายและตัวแสดงที่เกี่ยวข้องของทั้งฝ่ายญี่ปุ่นและฝ่ายไทย มีการปรับตัวเพื่อให้การดำเนินนโยบายมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของการดำเนินนโยบายในทศวรรษที่ 1980 และปรับเปลี่ยนในทศวรรษที่ 2000
本研究旨在探讨日本对泰国发展援助范式的演变历程,聚焦人力资源开发领域,对比1980年代与2000年代两个关键时段,以系统理论为分析框架,剖析日泰两国的内外因素对日本对泰人力资源开发援助方向转变的影响。本研究选取两个典型案例作为研究对象:1980年代日本援建的泰国工程类专业课程项目,以及2000年代的Kosen(日本高等专门学校)合作项目。
研究结果显示,1980年代日本政府的援助核心目标在于推动泰国的国家级经济增长;而2000年代之后,日本将援助范式从数量导向型调整为质量导向型。日本在两个时段对泰援助政策方向出现上述显著差异,源于日泰两国的多重内外因素。1980年代的影响因素包括:日本国内层面,泰国境内日本产业对本土劳动力的需求;以及日本面临《广场协议(Plaza Accord)》后的外部压力,促使其将生产基地大规模转移至泰国,上述因素共同塑造了日本当时的援助政策取向。2000年代之后,日本国内的原有产业基础发展需求,推动其在泰国东部经济特区的人力资源开发项目中加大投入,成为日本支持泰国人力资源开发援助的内部动因;而外部动因则是日本对人类安全与可持续发展原则的接纳与践行。
针对泰国一方的影响因素:1980年代,泰国国内的核心需求为东海岸开发区对劳动力的旺盛需求;同期外部关键因素则是大量日本企业将生产基地转移至泰国。2000年代之后,推动泰国援助政策调整的因素包括:国内层面泰国东部经济特区出现劳动力短缺问题;外部层面则是泰日两国在产业人力资源开发领域的合作关系持续深化。此外,本研究的案例分析还发现,在政策实施流程与相关关联变量层面,日泰双方均通过借鉴1980年代的政策实施经验,在2000年代对援助模式进行针对性调整,以进一步提升政策实施效能。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-04



