ปัจจัยที่มีผลต่อการทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์สำหรับลูกค้านิติบุคคลกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
收藏DataCite Commons2025-11-19 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1207
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
สถาบันการเงินและธนาคาร มีบทบาทสำคัญต่อองค์กรเพื่อให้ทุกองค์กรสามารถบริหารจัดการทางการเงิน เป็นช่องทางกลางในการทำธุรกรรมการเงินที่มีหลากหลายประเภท จึงได้พัฒนาการทำธุรกรรมเหล่านี้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ เรียกว่า Internet Banking โดยองค์กรสามารถบริหารจัดการ ตรวจสอบ หรือทำธุรกรรมออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเดินทางมายังธนาคาร อีกทั้งสามารถอำนวยความสะดวกในการบริหารมากขึ้น และมีความปลอดภัยสูง สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน สามารถใช้ระบบเดียวในการบริหารจัดการด้านการเงิน ซึ่งสำหรับธนาคารกสิกรไทย ได้มีการพัฒนาเครื่องมือในการจัดการด้านการเงิน ซึ่งสามารถทำธุรกรรมเหล่านี้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ เรียกว่า ระบบ K CASH CONNECT PLUS ซึ่งเป็นการใช้งานบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการอนุมัติผ่านโทเคนของคู่แข่ง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์สำหรับนิติบุคคล โดยศึกษาพฤติกรรมของบริษัทในการใช้บริการธุรกรรมออนไลน์ผ่านบริการ K CASH CONNECT PLUS และนำผลจากการศึกษามาวิเคราะห์เชิงลึก สามารถพัฒนาระบบและเป็นธนาคารหลักในการทำธุรกรรมออนไลน์ของบริษัท ศึกษาพฤติกรรมของบริษัทในการใช้บริการธุรกรรมออนไลน์กับธนาคารกสิกรไทยและธนาคารอื่น ๆ และศึกษาปัจจัยที่มีผล ต่อการทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์ผ่านโทเคน ผ่านบริการ K CASH CONNECT PLUS กับธนาคารกสิกรไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษามีทั้งหมด 400 ราย โดยแบ่งเป็นลูกค้ารายย่อย จำนวน 300 ราย และลูกค้ารายใหญ่ 100 ราย เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และมาตราส่วนแบบประมาณค่า (Rating Scale) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติเชิงอนุมานโดยใช้การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Correlation) และการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้อนุมัติรายการอายุระหว่าง 31-40 ปี ระดับการศึกษาสูงสุดปริญญาตรี ตำแหน่งทางการในองค์กรคือ เจ้าของกิจการ ประเภทธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม โดยเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยระหว่าง 1-5 ปี และใช้งานบริการ K CASH CONNECT PLUS มากกว่า 2 ปี โดยส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกใช้บริการ K CASH CONNECT PLUS จากความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานมีความพึงพอใจต่อค่าธรรมเนียมบริการ สำหรับการใช้งานของคู่แข่ง จากกลุ่มตัวอย่าง 400 ราย มีจำนวนลูกค้า 72 ราย ใช้งานบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการอนุมัติผ่านโทเคนของคู่แข่ง โดยส่วนใหญ่ใช้บริการของธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ฟังก์ชันการทำงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจเลือกใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการอนุมัติผ่านโทเคนของคู่แข่ง สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างบริการ K CASH CONNECT PLUS กับบริการของคู่แข่ง ลูกค้า 72 ราย มองว่าบริการ K CASH CONNECT PLUS ฟังก์ชันการทำงานสะดวกกว่า ความรวดเร็วในการทำธุรกรรมดีกว่า มีบริการที่หลากหลายกว่า ปลอดภัยกว่า ค่าธรรมเนียมถูกกว่า และให้การสนับสนุนลูกค้าดีกว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 400 ราย มีจำนวนลูกค้า 100 ราย เป็นลูกค้ารายใหญ่ ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมของบริการ โดยลูกค้าจำนวน 93 ราย มองว่าหากธนาคารมีการเก็บค่าธรรมเนียม ยังคงมีการใช้งานบริการ K CASH CONNECT PLUS การศึกษาการตัดสินใจเลือกใช้บริการ K CASH CONNECT PLUS ในการทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้านิติบุคคลกับธนาคารกสิกรไทย ให้ความสำคัญในเรื่องของความรวดเร็วในการใช้งาน เป็นอันดับแรก เนื่องจาก บริการ K CASH CONNECT PLUS มีการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมการเงินได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ประหยัดเวลาในการทำธุรกรรม ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม เช่น ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา หรือจัดทำเอกสารการทำธุรกรรม และลดขั้นตอนการทำงาน หากพิจารณาเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่องของ ความรวดเร็วในการใช้งาน เป็นอันดับแรก และหากพิจารณาเฉพาะลูกค้ารายย่อย ให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน เป็นอันดับแรก เนื่องจากบริการ K CASH CONNECT PLUS มีการใช้งานเครื่องโทเคน สำหรับอนุมัติรายการชำระเงิน ทำให้บริการมีความปลอดภัยสูง ช่วยป้องกันการทุจริต และเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกรรม ทั้งนี้ผลการศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนเพื่อกำหนดกลยุทธ์ของธนาคารสำหรับ บริการ K CASH CONNECT PLUS โดยผลการศึกษาความเข้าใจรายละเอียดของค่าธรรมเนียม ลูกค้าจำนวน 216 ราย มีความเข้าใจพอสมควร ดังนั้นทางธนาคารจะต้องเพิ่มช่องทางการสื่อสารเรื่องค่าธรรมเนียมของบริการ หรือเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมกับบริการอื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้มีตัวเลือกในการตัดสินใจ และลูกค้าจำนวน 77 ราย ในลูกค้ารายย่อยมองว่าค่าธรรมเนียมบริการแพงเกินไป ดังนั้นธนาคารกสิกรไทยสามารถกำหนดกลยุทธ์เกี่ยวกับค่าธรรมเนียม เช่น การลดค่าธรรมเนียมโดยรวม ค่าธรรมเนียมรายการ หรือมีโปรโมชั่นและส่วนลดค่าธรรมเนียม เพื่อดึงดูดการใช้งานมากยิ่งขึ้น
金融与银行业机构对企业发展发挥着关键支撑作用,可助力各类企业开展财务管理,并作为承载多元金融交易的核心渠道。为此,各类金融交易已逐步实现线上化,即所谓的网上银行(Internet Banking):企业可自行在线完成财务管理、账户查询及各类交易,无需亲临银行网点,不仅大幅提升财务管理便利性,且安全性出众,可全流程追溯交易节点,还可通过单一系统完成全维度财务管理。开泰银行开发了面向企业的金融管理工具——K CASH CONNECT PLUS系统,这是一类需通过竞争方令牌(Token)完成授权的电子服务。本研究旨在探究影响企业线上金融交易的各类因素,具体以使用开泰银行K CASH CONNECT PLUS线上交易服务的企业行为为研究对象,通过深度分析研究结果,助力优化系统并打造企业首选的线上金融交易合作银行。本研究同时对比分析企业使用开泰银行与其他银行线上金融服务的行为,并探究通过竞争方Token授权的K CASH CONNECT PLUS线上金融交易的影响因素。本研究的有效样本共计400份,分为中小微企业客户300份、大客户100份,数据通过线上问卷收集。研究者采用描述性统计方法进行数据分析,包括百分比(Percentage)、均值(Mean)、标准差(Standard Deviation)及评分量表(Rating Scale);同时采用推断性统计方法,包括相关性分析(Correlation)及多元回归分析(Multiple Regression Analysis)。样本主体为31-40岁的企业交易审批决策者,最高学历为本科,企业岗位为企业主,所属行业为餐饮及饮品行业,与开泰银行的合作时长为1-5年,使用K CASH CONNECT PLUS服务的时长超过2年。受访企业选择K CASH CONNECT PLUS的主要原因为其安全性与使用便利性,且对服务收费标准较为满意。在400份样本中,共有72家企业使用需通过竞争方Token授权的电子金融服务,其中主要使用的银行为曼谷银行与盘谷银行;企业选择竞争方服务的核心原因为其功能更贴合业务需求。在对比K CASH CONNECT PLUS与竞争方服务时,72家受访企业认为,K CASH CONNECT PLUS在功能便捷性、交易速度、服务多样性、安全性、收费标准及客户支持方面均优于竞争方服务。400份样本中共有100家大客户,此类客户可享受服务免费政策;其中93家大客户表示,即便银行收取服务费用,仍会继续使用K CASH CONNECT PLUS。本研究显示,企业选择K CASH CONNECT PLUS开展线上金融交易时,首要关注的因素为使用便捷性——因该系统操作简单,可帮助企业快速完成金融交易,节省交易时间与成本,例如无需亲临网点、无需额外准备交易文件,并简化了业务流程。细分来看,大客户群体首要关注的同样为使用便捷性;而中小微企业客户群体首要关注的则为使用安全性——因K CASH CONNECT PLUS采用Token授权完成支付审批,安全性出众,可有效防范欺诈行为,增强交易信心。研究还显示,共有216家企业对服务收费标准具备合理认知,因此银行需进一步拓展收费标准相关的沟通渠道,或通过与其他服务的收费对比,为客户提供更充分的决策参考。另有77家中小微企业客户认为当前服务收费过高,因此开泰银行可制定针对性收费策略,例如下调整体收费、单笔交易手续费,或推出优惠活动与手续费折扣,以进一步提升客户使用意愿。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-11-19



