การประเมินความเสี่ยงจุลินทรีย์เชิงปริมาณของ Escherichia coli และ Salmonella spp. ในน้ำบริโภคที่ผ่านเครื่องกรองในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร เขตสุขภาพที่ 4
收藏DataCite Commons2026-02-04 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.123
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
น้ำถูกกำหนดเป็น 1 ใน 17 เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงน้ำที่สะอาดและเพียงพอ โดยเฉพาะเด็กที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันอยู่ในโรงเรียน การจัดบริการน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยในโรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีเด็กมากกว่า 1,000 คนที่เสียชีวิตจากโรคที่เชื่อมโยงกับ WASH ที่ไม่ปลอดภัย การศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงได้ประเมินคุณภาพน้ำบริโภคและความเสี่ยงจุลินทรีย์เชิงปริมาณของน้ำบริโภคที่ผ่านเครื่องกรองในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร เขตสุขภาพที่ 4 พบว่าคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากที่สุดคือด้านเคมี (ร้อยละ 97.14) รองลงมาคือด้านกายภาพ (ร้อยละ 91.43) และชีวภาพ (ร้อยละ 80.00) อย่างไรก็ตาม ยังพบการปนเปื้อนในบางพารามิเตอร์ เช่น ความเป็นกรดด่าง สีปรากฎ ไนไตรท์ ฟลูออไรด์ ทองแดง รวมถึงการปนเปื้อนของโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (ร้อยละ 20.00) และฟีคัลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (ร้อยละ 14.29) ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหาร สำหรับการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี qPCR พบยีน InvA ของ Salmonella spp. จำนวน 18 โรงเรียน โดยพบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปนเปื้อนจุลินทรีย์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) คือ ด้านลักษณะท่อส่งน้ำ (ท่อส่งน้ำอยู่ในสภาพดี) กับด้านสภาพของบริเวณจุดให้บริการน้ำบริโภค (ก๊อกน้ำสูงจากพื้นน้อยกว่า 60 เซนติเมตร ก๊อกน้ำรั่วซึม พบสัตว์พาหะนำโรค และมีตะไคร้น้ำที่เครื่องจ่าย/หัวจ่ายน้ำ) สำหรับการประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณของ Salmonella spp. พบความชุกร้อยละ 51 ความเข้มข้นเฉลี่ย 43.85 copy/ml หากนักเรียนบริโภคเฉลี่ย 663 มิลลิลิตร/คน/วัน จะได้รับเชื้อ 29,072.55 copy มีความน่าจะเป็นในการสัมผัสเชื้อ (PE) เท่ากับ 0.5143 ความน่าจะเป็นในการเจ็บป่วย (Pi) เท่ากับ 0.5680 และความเสี่ยงเท่ากับ 2.92E-01 หรือมีนักเรียนเจ็บป่วยจำนวน 2 - 3 คนจาก 10 คนที่บริโภคน้ำ การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการคุณภาพน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย (WASH) ในโรงเรียน และเสนอแนะการติดตามเฝ้าระวัง การบำรุงรักษา การให้ความรู้ การสนับสนุนงบประมาณ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพในการวิจัยครั้งต่อไป
水被纳入联合国可持续发展目标(Sustainable Development Goals,简称SDGs)的17项核心目标之列,该目标旨在保障全体民众均可获取安全且充足的饮用水。由于儿童每日的大部分时间都在校园中度过,因此在学校内提供安全洁净的饮用水服务显得尤为关键。当前,全球已有超过1000名儿童死于与不安全水、环境卫生和个人卫生(Water, Sanitation, Hygiene,简称WASH)相关的疾病。本研究针对泰国第4卫生区的偏远地区学校内经过滤装置处理的饮用水,评估其水质状况及微生物定量感染风险。
研究结果显示,水质达标率最高的类别为化学指标(97.14%),其次为物理指标(91.43%)与生物指标(80.00%)。但仍有部分参数存在污染情况,包括酸碱度、色度、亚硝酸盐、氟化物、铜,以及大肠菌群(检出率20.00%)和粪大肠菌群(检出率14.29%),这提示存在食源性疾病的感染风险。
通过实时定量聚合酶链反应(quantitative real-time polymerase chain reaction,简称qPCR)检测发现,共有18所学校检出沙门氏菌(Salmonella spp.)的invA基因。经统计学分析,与微生物污染存在显著相关性(p值<0.05)的因素包括:输水管道的运行状态(管道状况良好),以及饮用水供应点的环境状况:水龙头距地面高度不足60厘米、水龙头存在渗漏现象、周边有病媒动物滋生,且供水装置/水龙头周边存在积水。
针对沙门氏菌的定量风险评估结果显示,其污染率为51%,平均浓度为43.85 copy/ml。若学生日均饮水量为663毫升/人,则每人每日摄入的沙门氏菌剂量为29072.55 copy。经计算,人群暴露概率(PE)为0.5143,发病概率(Pi)为0.5680,发病风险为2.92×10⁻¹,即每10名饮用该水源的学生中,约有2至3人会罹患相关疾病。
本研究凸显了校园水、环境卫生和个人卫生(WASH)质量管理的重要性,并建议后续研究应开展持续监测、设施维护、健康宣教、经费支持及跨部门协作,同时需对物理、化学及生物三类水质指标开展全面的风险评估。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-04



