การเขียนของเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ
收藏DataCite Commons2022-05-10 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2002.671
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ศึกษาการเขียนของเด็กปฐมวัยในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ ผู้ให้ข้อมูลคือ เด็กนักเรียน อายุ 3-8 ปี ครู ผู้บริหารและผู้ปกครอง เก็บข้อมูลโดยการสังเกตแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ การสัมภาษณ์และการศึกษาเอกสาร ผลการวิจัยมีดังนี้ โรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคป 1. แบบแผนการเขียนของเด็กปฐมวัย : พัฒนาการการรู้หนังสือ แบบแผนการเขียนของเด็กช่วงวัย 3-6 ปี มีขั้นตอนคือ 1) การขีดเขี่ยที่ไม่สื่อความหมายตามการรับรู้สิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นการเรียนรู้การใช้สื่ออุปกรณ์ในการสร้างสัญลักษณ์ของเด็ก 2) การวาดภาพที่มีความหมาย ภาพคนเป็นภาพแรกที่เด็กสร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งสะท้อนจากการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว และ 3) การเขียนแบบสื่อสาร ซึ่งผ่านกิจกรรมการเขียนที่หลากหลายเพื่อมุ่งสู่การเรียนรู้การเขียนด้วยตนเองของเด็ก แบบแผนการเขียนของเด็กช่วงวัย 6-8 ปี มีขั้นตอนคือ 1) การเขียนเส้น 13 เส้น ซึ่งองค์ประกอบย่อยของตัวอักษร และ 2) การประสมตัวอักษรเป็นคำ โดยผ่านการเรียนรู้แบบจำกฎการเขียนและการอ่าน 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเขียน 1) แนวการสอนที่เอื้ออำนวยต่อกัน 2) การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ 3) กิจกรรมการเขียนเกิดจากประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย 4) การจัดประสบการณ์เขียนโดยประเมินจากพัฒนาการเด็ก 5) การจัดกิจกรรมที่ช่วยเตรียมความพร้อมด้านการเขียน 6)สภาพแวดล้อมที่พรั่งพร้อมอย่างมีความหมาย 7) การเป็นแบบอย่างทางภาษาเพื่อการสื่อ และ 8) บรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาวอลดอร์ฟ 1. แบบแผนการเขียนของเด็กปฐมวัย : พัฒนาการการตระหนักรู้ตัวตนของตนเอง แบบแผนการเขียนของเด็ก 3-6 ปี มีขั้นตอนคือ 1) การขีดเขี่ยวนเข้าข้างในเป็นวงกลม และภาพวงกลมที่มีสัญลักษณ์ที่สะท้อนการรู้จักตัวตนของเด็ก 2) การวาดลายเส้น ภาพบันได ตาราง เป็นผลสะท้อนจากประสบการณ์ภายใน และ 3) การวาดภาพคนในลักษณะต่างๆ และสิ่งแวดล้อม เป็นผลจากประสบการณ์และจินตนาการเป็นสำคัญ แบบแผนการเขียนของเด็กช่วงวัย 6-8 ปี คือ การเขียนที่เกิดจากความรู้สึก พลังทางร่างกาย ความจำและความคิด 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเขียน 1) ครูเป็นแบบอย่างผู้ที่พัฒนาการตระหนักรู้ตัวตนของตนเองตามวัย 2) ครูใช้ภาษาเป็นสื่อเพื่อเข้าถึงสัจธรรมและคุณธรรม 3) ครูใช้ภาษาถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เข้าใจธรรมชาติและพลังของภาษา และเข้าถึงสุนทรียะ 4) การเฝ้าสังเกตุและพิจารณาการตระหนักรู้ของตนเอง 6) การใช้จินตนาการผ่านวัสดุปลายเปิด
本数据集针对采用高瞻(HighScope)与华德福(Waldorf)教育模式的幼儿园阶段儿童的书写行为开展研究。调研对象涵盖3-8岁儿童、教师、园长及家长,数据采集方式包括正式与非正式观察、访谈及文献研究。研究结果如下:
一、高瞻(HighScope)教育模式幼儿园相关研究结果
1. 学前儿童书写发展路径
(1)3-6岁儿童书写发展阶段:
① 无意义涂鸦阶段:儿童通过学习使用工具创造符号,其涂鸦行为源于对周边环境的感知;
② 有意义绘画阶段:儿童创作的首幅具象作品为人物画,该作品映射其对周遭环境的学习成果;
③ 沟通性书写阶段:通过开展多样化书写活动,引导儿童自主学习书写技能。
(2)6-8岁儿童书写发展阶段:
① 基础线条书写阶段:掌握构成字母的13种基础线条;
② 字母组词阶段:通过遵循书写与阅读规则开展学习,实现字母组合为词汇。
2. 影响儿童书写能力的因素:
① 支持性的教学导向;
② 基于实践的学习方式;
③ 源于有意义亲身经验的书写活动;
④ 结合儿童发展水平设计书写体验;
⑤ 设置助力书写能力预备的活动;
⑥ 充满意义的丰富学习环境;
⑦ 作为沟通媒介的语言示范;
⑧ 支持性的学习氛围。
二、华德福(Waldorf)教育模式幼儿园相关研究结果
1. 学前儿童书写发展路径
(1)3-6岁儿童书写发展阶段:
① 向内涂鸦形成圆形阶段:儿童创作的圆形符号映射其自我认知发展;
② 线条、楼梯、表格绘画阶段:作品反映儿童的内在生活经验;
③ 多样化人物与环境绘画阶段:创作核心源于个人经验与想象力。
(2)6-8岁儿童书写发展:书写行为源于个人感知、身体能量、记忆与思维。
2. 影响儿童书写能力的因素:
① 教师作为符合年龄发展的自我认知示范者;
② 教师以语言为媒介传递真理与美德;
③ 教师使用符合规范的语言,理解语言的本质与力量,并领略语言的美学价值;
④ 观察与审视儿童的自我认知发展;
⑥ 通过开放式材料激发儿童想象力。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-10



