ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการห้ามมิให้กรรมการค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัด
收藏DataCite Commons2022-04-27 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1229
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
กรรมการบริษัทจำกัดมีบทบาทสำคัญในการบริหารกิจการของบริษัทจำกัดแทนผู้ถือหุ้น แต่ในขณะเดียวกัน กรรมการก็อาจทำให้บริษัทจำกัดได้รับความเสียหายเช่นกัน เนื่องจากกรรมการเป็นผู้ที่มีสิทธิล่วงรู้ข้อมูลที่เป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทจำกัดจึงมีความเสี่ยงที่กรรมการจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัดอันจะทำให้บริษัทจำกัดได้รับความเสียหาย ดังนั้น จึงได้มีการนำหลักกฎหมายว่าด้วยหน้าที่ของผู้ที่ได้รับความไว้ใจ (Fiduciary Duties) อันเป็นหลักกฎหมายในเรื่องทรัสต์ (Trust) มาใช้กำหนดหน้าที่แก่กรรมการบริษัทจำกัด เนื่องจากกรรมการก็มีฐานะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจเช่นเดียวกับฐานะของทรัสตี (Trustee) โดยกรรมการจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง (Duty of care) จงรักภักดีและซื่อสัตย์สุจริตต่อบริษัทจำกัด (Duty of Loyalty) ไม่นำข้อมูลที่เป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทจำกัดไปใช้เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ส่วนประเทศไทยนั้นก็ปรากฏว่ามีกฎหมายที่กำหนดหลักปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเช่นกัน โดยเป็นการห้ามมิให้กรรมการค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัด ซึ่งบัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 22 หุ้นส่วนและบริษัท หมวด 4 บริษัทจำกัด ส่วนที่ 3 วิธีจัดการบริษัทจำกัด แต่จากการศึกษายังคงพบข้อบกพร่องหลายประการ โดยมีบทบัญญัติบางตอนที่ไม่ชัดเจนในเรื่องหน้าที่ห้ามค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัดบางประการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการตีความ และมีข้อเท็จจริงบางเรื่องที่กฎหมายดังกล่าวบัญญัติไม่ครอบคลุมถึงซึ่งอาจทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย (gap in the law) นอกจากนี้ กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพบังคับทางกฎหมาย (Sanction) ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะปราบปรามการกระทำผิดของกรรมการ (inadequate deterrence) ดังนั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาเรื่อง ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการห้ามมิให้กรรมการค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัด โดยมีประเด็นปัญหากฎหมายทั้งหมด 5 ประการ ดังนี้ประการที่หนึ่ง ปัญหากรรมการบริษัทจำกัดเข้าเป็นกรรมการของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทจำกัด (บริษัทคู่แข่ง) ปัญหานี้เกิดจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 วรรคสาม ไม่ได้บัญญัติโดยตรงว่า ห้ามมิให้กรรมการเข้าเป็นกรรมการของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทจำกัด จึงทำให้เกิดความคลุมเครือและเกิดปัญหาการตีความได้ว่า กรรมการมีสิทธิที่จะเข้าเป็นกรรมการของบริษัทคู่แข่งได้หรือไม่ กรณีปัญหานี้ จากการศึกษาพบว่า หน้าที่ของกรรมการที่จะต้องไม่ค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัดนั้นมีรากฐานทางกฎหมาย (Fundamental Principle) มาจากหลักกฎหมายว่าด้วย “หน้าที่ของผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ” โดยมีหลักว่ากรรมการจะต้องจงรักภักดีและซื้อสัตย์สุจริตต่อบริษัท หากมีสถานการณ์ใดที่อาจทำให้กรรมการมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ กรรมการก็มีหน้าที่ต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนั้น (No-Conflict Rule) มิฉะนั้นก็จะต้องถือว่ากรรมการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ ดังนั้น ถึงแม้ว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 วรรคสาม จะไม่ได้บัญญัติไว้โดยชัดเจนว่า ห้ามมิให้กรรมการเข้าเป็นกรรมการของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทจำกัด แต่การที่กรรมการเข้าเป็นกรรมการของบริษัทคู่แข่งนั้นถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่กรรมการอาจมีหรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทแล้ว เพราะกรรมการอาจนำข้อมูลที่เป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทจำกัดไปใช้เพื่อประโยชน์แก่บริษัทคู่แข่งได้ และการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของสองบริษัทซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้ากันนั้นย่อมจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการมีความขัดแย้งกันกัน เพราะฉะนั้น กรรมการจึงไม่มีสิทธิเข้าเป็นกรรมการของบริษัทคู่แข่งได้ หากฝ่าฝืนกรรมการก็จะต้องรับผิดต่อบริษัท นอกจากนี้ กรรมการก็ไม่น่าที่จะมีสิทธิเข้าเป็นที่ปรึกษาของบริษัทอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าเช่นกัน เพราะถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่อาจทำให้กรรมการมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทเช่นเดียวกัน เนื่องจากกรรมการอาจนำข้อมูลที่เป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทจำกัดไปใช้เพื่อประโยชน์แก่บริษัทคู่แข่งในฐานะที่ปรึกษาของบริษัทคู่แข่งได้ประการที่สอง ปัญหากรรมการประกอบกิจการไปเพื่อประโยชน์ของบริษัทจำกัด แต่การประกอบกิจการนั้นกลับเข้าลักษณะที่กฎหมายกำหนดว่าเป็นการค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัด ปัญหานี้เกิดจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 วรรคสาม ไม่ได้กำหนดข้อยกเว้นที่ไม่ให้ถือว่าเป็นการค้าขายแข่งกับบริษัทไว้เลย คงกำหนดแต่เพียงสิทธิที่กรรมการจะค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมการค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัดเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของกรรมการนั้นเองเท่านั้น ดังนั้น จึงเกิดปัญหาว่า การที่กรรมการประกอบการค้าขายใดๆเพื่อประโยชน์ของบริษัทจำกัดเป็นสำคัญ แต่การประกอบการค้าขายนั้นกลับเข้าลักษณะที่กฎหมายกำหนดว่าเป็นการค้าขายของบริษัทจำกัด อาทิเช่น การครอบงำกิจการของบริษัทคู่แข่ง (Takeover) เป็นต้น กรณีเช่นนี้จะถือว่ากรรมการฝ่าฝืนต่อหน้าที่โดยการค้าขายแข่งกับบริษัทหรือไม่ กรณีปัญหานี้ จากการศึกษาพบว่า กรรมการจะมีความรับผิดต่อบริษัทจำกัดก็ต่อเมื่อกรรมการฝ่าฝืนต่อหน้าที่และทำให้บริษัทได้รับความเสียหายเท่านั้น หากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้จะทำให้บริษัทและผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย กรรมการก็ไม่ต้องรับผิดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น ดังนั้น กรณีปัญหานี้จะต้องพิจารณาเสียก่อนว่า กรรมการได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังแล้วหรือไม่ หาใช่ว่าเมื่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการดังกล่าวเข้าลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดว่าเป็นการค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัดแล้วจะต้องถือว่ากรรมการฝ่าฝืนต่อหน้าที่โดยการค้าขายแข่งกับบริษัทจำกัดเสมอไปไม่…
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-04-27



